ข่าวดีราชภัฏ!!… “ในหลวงร.๑๐” ทรงรับสั่งองคมนตรี ผลักดันผลิตครู ปรับโฉมครั้งใหญ่ สืบสานพระราชปณิธานกว่า ๔,๐๐๐ โครงการ

สุดตื้นตันในวันครู “ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐” พระองค์ทรงสนพระทัยในการศึกษา “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ” มีรับสั่งให้สานต่อ ๔,๐๐๐ กว่าโครงการของ “ในหลวงร.๙” รับสั่งให้องค์มนตรีดึงมหาวิทยาลัยราชภัฎกลับเข้ากรอบ “ผลิตครู” ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๑ ปรับโฉม “ครูตู้” ทั่วไทยจัดงานรำลึกพระคุณครู

ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ทรงสนพระทัยในเรื่องการศึกษามากและทรงรู้เรื่องการศึกษามากจนเราอาจจะคิดไม่ถึง ทรงรับสั่งให้องคมนตรีทุกคนไปติดตามให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้นำสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้คิดทำไว้ ๔,๐๐๐ กว่าโครงการไปสานต่อ และทรงมอบพระราโชบายการศึกษาต้องสร้างให้คนไทยมีทัศนคติที่ดีและถูกต้อง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงเข้มแข็ง

เพื่อให้เด็กเยาวชนและประชาชนมีอาชีพและมีงานทำ ที่สำคัญนำมาสู่การเป็นพลเมืองดีมีระเบียบวินัย จึงขอฝากครูอาจารย์ทุกคนได้นำไปปฏิบัติองคมนตรี กล่าวอีกว่า ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ยังให้องคมนตรีเข้าไปช่วยดูแลการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เป็นพิเศษ เพราะทรงมองว่า มรภ.จะช่วยพัฒนาประเทศได้ เนื่องจากตั้งอยู่ในท้องถิ่นและมีหลายๆอย่างที่พร้อมเข้าไปช่วยเหลือได้

แต่เนื่องจากพระองค์อาจจะมองเห็นว่าปัจจุบัน มรภ.อาจจะมีการออกนอกลู่นอกทางไม่ได้ทำหน้าที่ตามปรัชญาของการก่อตั้งตั้งแต่แรก จึงมอบให้องคมนตรีลงมาช่วยติดตามดูแลผ่านกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยเฉพาะการผลิตครู และการเข้าไปดูแลพัฒนาท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังได้พระราชทานทุนการศึกษาให้กับเด็กที่ด้อยโอกาส รวมไปถึงการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้ทรงริเริ่มเอาไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๘

โดยจะมีการปรับโฉมครั้งใหญ่จากระบบ SD เป็นระบบ SD ที่มีประสิทธิภาพสูง ปรับห้องเรียนในโรงเรียนต้นทางให้มีการจัดการเรียนการสอนที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ขณะที่โรงเรียนปลายทางนอกจากรับชมผ่านทางโทรทัศน์ได้ตามปกติแล้ว ยังสามารถรับชมผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่ไหนเวลาไหนก็ได้ โดยจะมีการจัดทำแอพพลิเคชั่นที่มีเนื้อหาที่หลากหลายให้เลือกรับชมย้อนหลัง และยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มได้เข้ามาใช้ประโยชน์จากโครงการนี้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการปรับการถ่ายทอดสดจากเดิม ป.๑-ม.๖ เป็นระดับอนุบาลถึงชั้น ม.๓ สาเหตุที่ไม่ถ่ายทอด ม.ปลาย เนื่องจากระดับ ม.ปลาย ส่วนใหญ่มีครูผู้สอนอยู่แล้ว และเด็กนักเรียนก็มีช่องทางในการหาความรู้ในด้านอื่นๆได้ โดยจะเริ่มออกอากาศตั้งแต่เปิดภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นต้นไป

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงขอให้ผู้บริหารทุกคนสืบสานพระราชปณิธานด้านการศึกษาของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มาขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาให้เกิดเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการโดย รมว.ศธ. นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริและพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ และ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มอบเป็นนโยบายเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป

พระบรมราโชบายด้านการศึกษาตามพระราชดำริได้แก่ ส่งเสริมให้นักเรียนมีทัศนคติที่ถูกต้อง และการศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานชีวิตหรืออุปนิสัยที่มั่นคงเข้มแข็ง อาทิ การสร้างบุคลิกและอุปนิสัยที่ดีงามเป็นต้น

นอกจากนี้ตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี ที่ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ทรงเฝ้ามองการศึกษาไทย ทรงมีแนวพระราชกระแส ที่ได้พระราชทานในวโรกาสต่างๆ ได้แก่ ครูต้องสอนให้นักเรียนมีน้ำใจ เช่น คนเก่งช่วยติวให้เพื่อนที่เรียนล้าหลัง ไม่ใช่สอนให้เด็กคิดแต่จะแข่งขันสอบได้ลำดับดีๆ ควรจะแข่งขันกับตัวเองมากกว่า

ครูก็ไม่จำเป็นต้องมี ความรู้ด้านเทคโนโลยี มาก แต่ต้องมุ่ง ปลูกฝังความดีให้นักเรียน ให้เป็นพลเมืองดี ฝึกให้นักเรียนรู้จักทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มเป็นหมู่คณะมากขึ้น จะได้มีความรู้รักสามัคคี ครูควรทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้นักเรียนเป็นคนดี

กระทรวงศึกษาธิการ ต้องการเห็นเด็กตื่นขึ้นมาอยากไป โรงเรียน สนุกกับการเรียน โดยกระตุ้นให้เด็กกระตือรือร้นที่จะเรียนและครูต้องกระตือรือร้นที่จะสอนด้วย

ปัญหาหนึ่งคือ การขาดครู ก่อนที่จะพัฒนาเด็กจึงควรพัฒนาครูก่อนให้พร้อมที่จะสอนเด็ก ต้องตั้งฐานะในสังคมของครูให้เหมาะสม และปลุกจิตสำนึกโดยใช้ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความเป็นครูที่แท้จริง คือมีความรักความเมตตาต่อเด็ก ครูจะอายุแค่ไหนก็ต้องเรียนรู้ ต้องปฏิวัติครูอย่างจริงจัง

การที่ครูย้ายโรงเรียนบ่อยๆ จากงานวิจัยพบว่า เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำร้ายเด็กนักเรียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปดูแล มีการปรับหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลื่อนวิทยฐานะของครู ที่ผ่านมามีครูสอนดีแต่ไม่ได้รับผลตอบแทนเพราะไม่ได้ทำผลงานทางวิชาการ ดังนั้น โรงเรียนจะใช้เกณฑ์การทำวิทยานิพนธ์หรือทำวิจัยแบบเดียวกับมหาวิทยาลัยคงไม่ได้ ดังนั้นครูที่สอนมากสอนดีควรจะได้รับการเลื่อนวิทยฐานะมากกว่า

เมื่อเทียบเคียงกับหลักการเรียนการสอนที่เป็นสากลแล้ว การเรียนการสอนที่เน้นให้นักเรียนมีความคิดที่ดี หรือ อีคิวดี มีความสำคัญกว่าจะเน้นเรื่องของ ไอคิว เน้นเรื่องของการนำวิชาความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ รู้จักใช้ความคิดในการแก้ปัญหามากกว่าที่จะใช้ความจำ หรือให้ความสำคัญกับการทำแต้มทำคะแนนอย่างเดียว

เพราะความสำเร็จในชีวิตของคนไม่ใช่อยู่ที่ความเป็นคนเก่ง แต่อยู่ที่ความเป็นคนดีและรู้จักแบ่งปัน รับผิดชอบต่อส่วนรวม ไม่คิดเอาชนะ เอาเปรียบคนอื่น จึงจะสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ การเรียนเก่งอย่างเดียว ไม่สามารถจะนำไปสู่เป้าหมายหรือประสบความสำเร็จในชีวิตได้แต่อย่างใด

ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ ครูของพระเจ้าแผ่นดิน

ที่มา: http://www.welovemyking.com/83279/